Sittichong's profileChongPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ChongLife is not the amount that you breathe,.. it is the moment that take your breath away.. |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
Just..let it go..Yesterday..
|
June, 2009 You know how long I love you..I love you still..I want you to know,..
to understand what is the best I can do..
ไม่ได้เขียนอะไรเรื่อยเปื่อยมานานเลยแฮะ..อาจจะเพราะกระแสของ Facebook กับ Hi5 ที่มาแรงซะจนลืมเข้ามาอัพเดท space ของตัวเองไปเลย แต่พอเข้ามาทีก็ยังคงเห็นกลิ่นอายเก่าๆ เหมือนสมุดโน๊ตเก่าๆเล่มนึงที่เอาเปิดอ่านทีไรก็ยิ้มออกมาทุกที ความคิดในหลายๆช่วงเวลา ความคิดเห็นจากทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน ภาพเก่าๆ กรุ่นๆไอความคิดถึง รู้สึกดีจังครับ..
วันนีตื่นมาตอนเช้าก็เจอกับข่าวการเสียชีวิตของไมเคิล แจคสัน นักร้องที่ผมไม่คิดว่าจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักในโลกนี้ ถึงจะไม่ใช่แฟนเพลงลึกซึ้งอะไรแต่ก็รู้สึกเสียดายเหมือนกันนะครับ กับคนๆนึงที่สร้างอะไรไว้ให้กับโลกนี้เยอะ เสียงเพลง ท่วงทำนอง ภาพ การเต้น ผมว่าเค้าก็เป็นศิลปินคนนึงประสบความสำเร็จในชีวิต อย่างน้อยก็มีหลายคนที่ยอมรับในตัวตนและผลงาน เพลงหลายๆเพลงก็อยู่ในความทรงจำของผู้คนมากมาย ก็ถือเป็นคนๆนึงที่มีส่วนสร้างความรื่นรมย์อย่างหนึ่งขึ้นมาบนโลกใบนี้ ก็เสียดายที่ต้องสูญเสียบุคคลของโลกคนนี้ไป ขอไว้อาลัยให้กับการจากไปนี้นะครับ Rest in Peace..
ผมพึ่งได้มีเวลาดูหนังเรื่อง yes man ที่จิม แครีย์ เล่นและได้รับเสียงชมมากมายตอนที่หนังเข้าฉาย ตอนสมัยที่มันยังฉายอยู่ในโรงมันดูไม่น่าสนใจมากๆสำหรับผม ก็เลยพึ่งได้มีโอกาสไปยืม dvd ของเพื่อนมาดู (ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีอะไรจะดูแล้ว) ปรากฏว่าพอดูจบ ผมว่าผมชอบแฮะ ตัวหนังไม่ได้มีอะไรผาดโผนอลังการ หรือสร้างสรรค์อะไรที่มันเว่อร์มากมาย เป็นหนังดราม่าที่ไม่ใช่หนังเศร้าแต่ก็มีหลายๆคำพูดที่แทงจึ๊กๆเข้าไปในใจเหมือนกันครับ หนังเปิตเรื่องด้วยชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ทำงาน กลับบ้าน มีสังคมเล็กๆ แล้วไม่ค่อยให้ความร่วมมืออะไรกับใคร ปฏิเสธทุกๆอย่างที่เข้ามา ใครชวนไปไหนไม่ไป ใครขอความช่วยเหลืออะไรก็ไม่สน say no ตลอด จนเจอกับเพื่อนคนหนึ่งที่ไปเข้ากลุ่ม yes ที่สอนให้ทุกคนพูดคำว่า yes ทุกๆครั้งที่มีโอกาส ไม่ว่าใครจะขออะไร ขอให้ช่วยยังไง ชวนไปไหน ให้ตกลงไว้ก่อน แล้วสิ่งที่ดีจะเข้ามาในชีวิต จากนั้นเค้าก็เริ่ม say yes แทนที่จะปฏิเสธอย่างที่เคยเป็น แม้แต่กับเรื่องที่ไม่ควรที่จะตอบ yes ก็ต้องพูด หลังจากนั้นชีวิตก็เปลี่ยนไป สิ่งดีๆก็เริ่มเข้ามาในชีวิตเรื่อยๆจนเริ่มมองเห็นพลังของคำว่า yes ทุกครั้งที่พูดออกไป ก็จะมีสิ่งที่ดีๆตามมา หนังสอนอะไรที่ดีมากๆ ขนาดที่ว่าดูจบผมก็ตั้งใจว่าจะ say "yes" ทุกครั้งที่มีโอกาสเลยแหละ..55 ลองหามาดูสิครับ หนังดีนะ..
ช่วงนี้มีแต่คนทะเลาะกันนะครับ เห็นมาหลายคู่มากๆ ไม่รู้เข้าฤดูแห่งการทะเลาะกันรึไงก็ไม่รู้ หรือว่าจะเข้าช่วงที่เคยเขียนไปในทุกๆหน้าฝน ช่วงของการจากลา การเลิกกัน น้ำตา อะไรแบบนั้น ล่าสุดก็เพื่อนทะเลาะกับแฟน ส่งเมลมาให้อ่านที่โต้ตอบกับแฟน เรื่องของความไม่เข้าใจกัน ความน้อยอกน้อยใจ ความต่างของมุมมองอะไรแบบนั้น อ่านไปก็พอเข้าใจอยู่หรอกครับ แต่พอมองในมุมของตัวเองก็รู้สึกว่าก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันในเรื่องความคิด แค่บุคลิกและการแสดงออกที่แตกต่างกัน ทั้งๆที่ก็คิดแบบเดียวกัน น้อยใจ อยากเป้นเจ้าของ และอยากโดนเป็นเจ้าของ แค่นั้นก็ทะเลาะกันละ คำถามผมนึกขึ้นได้จากการอ่านเรื่องนี้จบคือ คนเราต้องการอะไรจากความรัก ปากก็พร่ำบอกว่ารักนะ รักมากๆ มากมาย ร๊ากๆๆๆรักซะ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ต้องการคืออะไร ไม่ใช่แค่ให้เค้าส่งข้อความมาตอบว่ารักเหมือนกัน..แน่ๆ อาจจะเป็นการที่ไม่ต้องอยู่โดเดี่ยวคนเดียวอีกครั้ง รึเปล่า นี่ผมคิดเองนะ..แต่ก็เอาเหอะครับ อย่าให้ถึงกับต้องแยกทางกันเลยนะ สำหรับทุกคู่ที่ระหองระแหงกันในช่วงนี้ อย่างน้อยคุณก็ยังมีใครให้งอน ให้ทะเลาะ ให้ง้อ..อย่าให้มันจบลงที่สายฝนกับน้ำตาอีกเลยนะครับ ใส่ใจ..
รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ ห่วงใยกันดีกว่าเนาะ จะได้ไม่ต้องติดหวัด 2009 ฟิตร่างกายเอาไว้เป็นหวัด 2010 ปีหน้านะครับ..(^_^) ส่วนเรื่องใจก็หาอะไรมาหล่อเลี้ยงไว้ก่อนนะครับ ผมเองก็ใกล้ละ มีสิทธิ์อาจจะได้เจอการจากลาเหมือนกัน ก็นะ ถึงจะทำใจชอบสายฝนเท่าไหร่ก็คงต้านทานเรื่องอย่างนี้ไม่ไหวแฮะ..อาจจะดีที่สุดแล้วที่ทำได้..หรืออาจจะทำได้เพียงแค่นี้..สู้ๆ
You will find me..somewhere outthere.. April, 2009 The things I missed..the things I messed..But there are dreams that cannot be
สงกรานต์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรกันบ้างครับ สนุกสนานกับเทศกาลกันบ้างมั๊ยครับ ผมสนุกกับมันทุกวันเลย ดูจะเกินเลยไปหน่อยๆด้วยซ้ำ
ขอบคุณมากๆครับ..สำหรับทุกคำอวยพรวันเกิดที่ ฟังแล้วก็..คิดอยู่ว่าจะขอบคุณดีมั๊ย ..ทีใครทีมัน ไม่แก่มั่งก็ให้รู้ไป ต่อให้ก่อน
รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วเอามากๆเลยครับ เผลอแป๊บเดียวก็ ปูนนี้แล้ว เหอๆ..อยู่มานานเหมือนกันนะเรา.. รู้สึกว่าเห็นทุกอย่างเหมือนภาพสไลด์จากเครื่องฉายฟิล์มสไลด์เลยครับ(ยังมีคนรู้จักเครื่องฉายฟิล์มสไลด์มั๊ยอ่า..) เวลามองกลับไปเมื่อก่อนเทียบกับตัวเเองในปัจจุบัน สำหรับผมแล้วหลายๆอย่างเปลี่ยนไปเยอะเอามากๆครับ ความรู้สึก ความคิด ทัศนคติ วิสัย การรับรู้ ความชอบ ความเชื่อ.. และความฝัน มันค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปช้าๆตามเวลาที่ผ่านไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวครับ ค่อยๆเปลี่ยนไปตามกระแสของทุกอย่างรอบๆตัว จากที่เคยมองว่าไร้สาระ งมงาย กลับมาชอบทำหรือเชื่อซะเอง จากที่เคยเห็นว่าไร้เหตุผลก็กลับมองเห็นผลของเหตุ ข่าวสารบ้านเมืองที่ไม่ค่อยน่าสนใจทุกวันนี้กลับมานั่งอ่านนั่งดูได้ทั้งวี่ทั้งวันเลยครับ การเมืองที่โครตจะน่าเบื่อแต่ก็นั่งคุยได้เป็นเรื่องเป็นราว..งงเลย
เวลาที่ผ่านไปมันไม่ได้ผ่านไปแล้วแค่ทิ้งเศษที่เราเรียกว่าความทรงจำเอาไว้อย่างเดียว เวลาพาบางอย่างเข้ามาด้วยครับ แล้วเวลาก็พาบางอย่างกลับไปด้วยเช่นกัน อาจจะทิ้งบางอย่างไว้..เพื่อให้เวลาที่เดินตามมาดึงจากเราไปทีหลัง เวลาสลักเสลาร่องรอยบางอย่างเอาไว้ในทุกๆสิ่งที่เป็นเรา เขียนรอยเหมือนคล้ายๆรอยหยักในสมองไว้ให้ ทั้งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาและที่มองเห็นได้ด้วยความรู้สึกครับ ยิ่งเวลาผ่านไปนาน ก็ยิ่งมีร่องรอยเหล่านี้มากขึ้น มากขึ้น ค่อยเปลี่ยนเราไปในทุกๆด้าน บางครั้งก็ทิ้งแผลเหวอะหวะที่รักษาดีก็หาย รักษาไม่ได้ก็เป็นแผลเป็น มีทั้งความเศร้า ความสิ้นหวัง ความเจ็บปวด ความทุกข์ อะไรต่อมิอะไรมากมายครับ แต่ถึงอย่างงั้นก็ตาม เวลาก็ยังพาเอาสิ่งที่เป็นประกายระยับที่เรียกกันว่าความหวังและความฝันมาด้วย เศษเสี้ยวประกายความฝันที่คนส่วนใหญ่ (ผมใช้คำว่าคนส่วนใหญ่นะ) พยายามที่จะเก็บมันไว้ สะสมไว้รอชิ้นส่วนประกายต่อไปพร้อมด้วยความหวังว่ามันสมบูรณ์แบบในซักวัน เฝ้ารอ..ให้เวลาที่จะนำชิ้นส่วนต่อไปเข้ามาในชีวิต ทั้งที่รู้และไม่รู้ว่าจะต้องรอจนถึงเมื่อไหร่ กว่าที่เวลาจะพาชิ้นส่วนเหล่านั้นเข้ามาให้ได้ไขว่คว้า..โดยที่ไม่มีทางรู้ว่าเวลาที่เข้ามานั้นจะเป็นเวลาสุดท้ายที่จะมาเอาลมหายใจและสติสุดท้ายของชีวิตไปรึเปล่า
ทุกๆคนมีเวลาเป็นของตัวเองครับ เป็นกรรมสิทธิ์เลย เพียงแต่แค่มีมากน้อยไม่เท่ากันเท่านั้นเอง คุณจะซื้อเพิ่มก็ได้(ถ้าคุณยื้อเอาลมหายใจสุดท้ายจากเวลาสุดท้ายของคุณด้วยเงินที่คุณมีได้) คุณจะทิ้งบ้างก็ได้ หรือปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆก็ได้ ของๆคุณ ไม่มีใครไปฟ้องร้องเอาผิดอะไรคุณได้ครับ สิ่งที่ผมเชื่อว่าทุกคนมีเหมือนกันก็คือเศษประกายระยิบระยับที่เรียกว่าความฝันเนี่ยแหละครับ แค่ชิ้นส่วนเดียวที่เราได้ไว้ในมือก็งดงามซะจนยากที่จะปล่อยมันไป จินตนาการถึงภาพฝันที่สมบูรณ์แบบว่าจะอิ่มเอมงดงามได้ขนาดไหน บางคนมีหลายๆฝันในมือ บางคนแค่ฝันเดียวก็แทบแย่แล้ว บางคนเก็บเศษฝันเพื่อให้กับคนอื่นๆ บางคนทำทุกวิถีทางไม่ว่าดีหรือเลวเพื่อให้ได้ชิ้นส่วนมา หลายๆคนได้ชิ้นส่วนจนครบจนกลายเป็นความสำเร็จ ความสุข ความรื่นรมย์ หลายต่อหลายฝัน หลายๆคนเริ่มเก็บชิ้นส่วนความฝันใหม่ๆ หลายๆคนหยุดอยู่แค่นั้นและกำเศษเสี้ยวประกายนั้นเอาไว้จนมันกลายเป็นแค่ความทรงจำหรืออะไรอื่น ผมก็เป็นคนนึงที่ยังเก็บรวบรวมเศษความฝันเหมือนกับทุกๆคนนั่นแหละครับ เก็บได้บ้างไม่ได้บ้าง ปล่อยให้เวลาเอาที่เก็บไว้ไปก็มี ปล่อยให้ปลิวไปตามกระแสของเวลาเองเพราะเบื่อหรือยากเกินไปก็มี มีความฝันใหม่ๆเข้ามาบ้างก็เก็บไว้รอชิ้นส่วนต่อไป ก็..อย่าพึ่งท้อกันนะครับ อยู่กันด้วยความหวังให้ได้ ที่ผมอยากบอกก็คงมีแค่นี้แหละครับ เขียนมาซะยืดยาวเชียว 55.. ดูอย่างคุณป้าซูซาน บอยล์ ที่เดินขึ้นเวทีประกวดร้องเพลงเขี้ยวๆอย่างบริติชก๊อททาเลนท์สิ เล่นเอาอึ้งกันไปทั้งโลกเลย ก็แหมนะ..ประกายฝันแจ่มจ้าเจิดจรัสซะขนาดนั้น แถมคว้าเอาชิ้นส่วนใหญ่ๆไว้ได้ด้วย I dreamed a dream..
อากาศช่วงนี้ร้อนได้ใจมากๆ เดินกลางแดดนี่หน้ามืดเอาง่ายๆ ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับผม..อากาศร้อนก็อย่าปล่อยให้ใจร้อนตามนะครับ ใจเย็นๆนะ..
Now life has killed the dream I dreamed... March, 2009 On the Autumm Road, with Sunshine & Stranger..Do you hear me? I'm talking to you..
Across the water..across the deep blue ocean..
หน้าร้อนมาแล้วครับผม อย่างที่คาดไว้..ร้อนตับแตกโครตๆ ช่วงนี้เชียงใหม่ยิ่งร้ายใหญ่เลยครับ ควันที่เป็นมลภาวะจากความแห้งแล้งและไฟป่าปกคลุมไปทั่วและมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แถมวิวทิวทัศน์ที่ดูแห้งแล้งจับจิต..หมดกันความงามของเมืองท่องเที่ยว ผมยังอยากหนีไปทะเลเลย
ช่วงที่ผ่านมา ชีวิตผมเลวร้ายมากครับ ซวยซ้ำซวยซ้อน คำถามที่หลายๆคนอยากถามมากๆ บางคนก็กล้าถาม บางคนก็ฝากเพื่อนมาถาม บางคนส่งเมลมาถาม บางคนไม่กล้าพูดถึงเลย..
หลายๆอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทำให้ผมรู้ว่าบางครั้งที่เราคิดว่ามันแย่จัง เลวร้ายจัง แต่มันก็พาเอาสิ่งที่ดีๆมากับมันด้วยครับ อาจจะไม่เป็นรูปเป็นร่างมากนักแต่ก็พอจะรู้สึกได้ ผมไม่เคยคิดว่าตอนที่เรากำลังรู้สึกแย่หรือเศร้ากับอะไรก็ตามแต่ที่เข้ามาปะทะ ก็ยังมีอะไรให้หัวเราะ ให้ยิ้มกับมันได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงแทบสติแตกไปเลยหละครับ แต่วันนี้..ไม่แล้วหละ ยังรู้สึกว่าความรู้สึกดีๆทั้งจากตัวของเราเองและคนรอบข้างที่หยิบยื่นให้มีมากมายซะจนไม่เห็นต้องไปสนใจความเลวร้ายนั้นให้มันมากมายเลย..ไม่น่าเชื่อเลยนะ..
เดือนหน้าก็จะถึงเดือนที่หลายๆคนรอคอยกันแล้วสิครับ อาจจะเพราะได้หยุดยาวๆ ได้เล่นน้ำให้หายร้อน ได้ไปพักผ่อนกับอะไรที่ใหม่ๆ ไม่ต้องจำเจกับชีวิตประจำวันที่มีอยู่ เทศกาลสงกรานต์เป็นสีสันในชีวิตอย่างหนึ่งของคนไทยเลยครับผมว่า หลายๆคนไม่ค่อยอยากจะมีส่วนร่วมกับเทศกาลนี้นักแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคุณจะได้เห็นแต่รอยยิ้ม น้ำ เสียงเพลง เสียงหัวเราะ การเต้นรำตามท้องถนนที่ปีหนึ่งจะมีซักครั้ง ความเย็นของน้ำที่มาปะทะกับร่างกายจากไหนต่อไหน ลองสนุกกับมันดูสิครับ ไม่ต้องมากมาย อย่างน้อยก็ปล่อยตัวคุณให้มองโลกในแบบตามโลกซักวัน อาจจะเมามายไปบ้างก็เอาให้แค่พอสนุกนะครับ มีสติระวังอุบัติเหตุด้วยนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
ผมคงจะอยู่ร่วมสนุกที่เชียงใหม่ถึงแค่วันที่ 14 หลังจากนั้นคงขอตัวไปฟังเสียงคลื่นรับลมทะเลกับเพื่อนๆบ้าง ยังไงก็เที่ยวกันให้สนุกนะครับ
ขอร้องอย่าถามผมว่าจะเมามั๊ยเนี่ย..
ความอ่อนแอที่มีวันนี้มันทำให้ฉันกลัว..
ขอแค่เพียงเวลาปรับตัว..ให้ได้เตรียมหัวใจ
February, 2009 How are you Hoon? I hope you're in hell..Dear Hoon (or whoever you are),
I wrote this email for hoping you will check this address inbox one day. Even now I still can't believe what you did to us, to everyone you know. There are such many good things we did together for the past whole year and we did truly accept you to be a good part of our group here from the deep heart. For me, I and you are closer than anyone else that make me feel even worse to know all story aren't true. Even now, I still hope that I will see you again tomorrow or next week, and have a chance to ask you something. How can you live life with these all fictions and use them to con people? Is it fun, to live life with hiding something and scare everyone to know the true you are in everyday life? From my good side, I forgive you for what you did to me, what you lied to me, and what you decided to not ask more from me. I forgive you. And one last advice frome me, flee as far as you can, run and run and hide. Wherever you are, hide yourself better than you ever do. That's the price you have to pay for what you did to people. Don't get arrest, because you will meet even worse than anything your stupid brain can think. Don't get back and let me and my friends ever see your dumb face again. If so, I swear you will feel sorry to show up again for the rest of your life. For you, this is from my deep dark side. I won't forgive you what you did to my friends and others who trusted you so hard. I hope you will get arrest some day, you and your friends who involved. Not by the police, but by the one who really want your head so badly. I hope they will give you less mercy for your priceless head. And make you feel pain and suffer and sorry to be born to this life untill death come to meet you. If you think it's bad and feel sorry when the time come, I hope it will be a thoudsand time worse than what you ever think of. I curse you. I tell myself I paid that money for buying happy things and many good feeling in the past. Have a good time in hell. Chong January, 2009 I never meant to hurt you so....But now i have to let you go..
สวัสดีเดือนแรกของปี 2009 ครับผม..ปีนี้ลมหนาวดุมากครับ หลายๆคนที่ขึ้นมาเที่ยวทางเหนือคงได้สัมผัสกันแล้ว..ยิ่งวันนี้นี่ก็ 13 องศาครับ อุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์หน้าบ้านผมเองแหละ เห็นข่าวว่าวันนี้เลยติดลบ 3 องศาไปแล้ว เหอๆ..แค่บวก 13 นี่ก็ล้างมือที มือแข็งจนปวดแล้วอ่ะครับ..
ขึ้นปีใหม่มาหลายๆคนคงเริ่มที่จะได้เจอ ได้ทำอะไรใหม่ๆให้ชีวิตกันบ้างแล้วนะครับ เราได้อะไรใหม่ๆเยอะนะผมว่า นายกใหม่ สสใหม่ ผู้ว่ากทมใหม่ การเมืองใหม่ โศกนาฏกรรมใหม่ ภาวะเศรษฐกิจใหม่ นโยบายใหม่ อะไรใหม่ๆมากมาย..ไม่รวมอะไรใหม่ๆส่วนตัวนะครับ..แต่ยังมีอีกหลายสิ่งใหม่ที่ไม่อยากพบเจอเลยอ่ะครับ ไม่อยากให้เกิดขึ้นด้วย..ละไว้ในฐานที่เข้าใจดีกว่าเนาะ เดี๋ยวโดนจับข้อหาหมิ่น..ซวยเลย
ขอไว้อาลัยให้กับผู้เคราะห์ร้ายของซานติก้าด้วยนะครับ..ผมสงสารอ่ะครับ คิดไปถึงตอนที่ผับที่บาหลีระเบิด คงเป็นความรู้สึกที่..ไม่รู้สิแฮะ กำลังมีความสุข กำลังสนุกแล้วอยู่ๆทุกอย่างก็กลายเป็นภาพแบบในหนังสงครามหรือฆาตกรรมหมู่ขึ้นมาทันที เป็นคราวเคระห์จริงๆเลยนะ หลายๆคนที่ไปคอมเม้นท์ข่าวตามหน้าเว็บไซต์แบบเสียๆหายๆ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่เลยนะครับ บ้างก็สมน้ำหน้า บ้างก็ว่าเค้าบาป ชอบเที่ยวที่อโคจรหรืออะไรแบบนั้น มันก็เป็นสิทธิของเค้านะ คุณไม่เที่ยว ไม่ดื่ม ไม่มีเพื่อน หรือชีวิตสังคมอีกแบบหนึ่งของคุณเป็นยังไงก็ช่างแต่คุณไม่มีสิทธิไปตัดสินว่าที่ใครเค้าออกไปเที่ยวกันเป็นเรื่องผิดวิสัยหรือไม่ดีนี่นะ เช็คตัวเองดีกว่านะครับ ทุกคนพยายามเดิมหมุนตามโลกทั้งนั้นแหละ..โลกใช่จะหมุนรอบตัวคุณเองซะเมื่อไหร่ ผมคนนึงหละที่ออกไปฉลองนอกบ้านคืนนั้นแล้วก็ได้ความรู้สึกดีๆหลายอย่างให้เก็บไว้ บาปงั้นหรอ..ใครตัดสินล่ะ..
ช่วงที่ผ่านมาเชียงใหม่รถติดมากครับ..เหตุผลก็อาจจะเป็นเพราะน้ำมันที่ราคาถูกลงมาก คนที่มาเที่ยวก็พากันขับรถกันขึ้นเหนือมาแทนที่จะต้องจ่าค่ารถหรือค่าเครื่องบินแพงๆมาเที่ยว รถติดซะจนผมไม่อยากออกไปไหนเลยอ่ะ..ใครชวนไปไหนนี่คิดก่อนสามตลบ แน่จริงมารับดิ..ขับเองนี่จิตด้านมืดเข้าสิงแน่ๆ แค่คิดว่าจะต้องลงไปทำงานที่กรุงเทพอีกนี่ก็เครียดละ..ถนนเชียงใหม่มันเหมือนกับกรุงเทพซะที่ไหนล่ะครับ แคบซะจนจะขับสวนกันยังต้องหลบเลยอ่ะ..
ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้อัพเดทตัวเองเกี่ยวกับเรื่องของการแสดง ภาพยนต์หรืองานไอเดียอะไรเลยครับ รู้สึกเหมือนตัวเองเบื่อๆ เฉื่อยๆ ไม่ค่อยรับรู้อะไร เหมือนสมองมันเต็ม อยากไปปลดปล่อยใจปล่อยสมองที่แปลกๆบ้างเหมือนกันครับ แต่ก็นะ..ปัจจัยหลายๆอย่างไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไหร่ตอนนี้ ฟังแต่เพลง อ่านแต่ข่าวให้จิตตัวเองตกไปเรื่อยๆ
"มองขึ้นไปบนฟ้า เห็นพลุสว่างไสว
มันจะดีแค่ไหนถ้าเธอนั้นยังอยู่ เราคงทำเหมือนกัน ที่จะหันมองดู พลุสวยลานตา ใต้ฟ้าเดียวกัน " "รู้ตัวเองว่าเหงา แต่ผ่านพ้นไม่ยากเท่าไหร่ ฉันมีความตั้งใจ อยากฉลองคนเดียวสักวัน ทุกอย่างเกือบดีพร้อม เพียงแค่ไม่มีเธอเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นอีกปี...ที่ฉันพอใจ" PS. สองรูปนี้เป็นรูปที่ผมส่งเข้าประกวดแล้วก็ตกรอบไป..
December, 2008 Do not look back and grieve over the past, for it is gone..and do not be troubled about the future, for it has not yet come..
Enjoy your day!
เดือนสุดท้ายของปี..มีความหมายแฝงอะไรหลายๆอย่าง ทั้งดี..และไม่ดีกับใครหลายๆคนนะครับเดือนนี้ ยังไงก็ใกล้จะผ่านพ้นปีนี้ไปอีกแล้วดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ทั้งตัวเองและคนรอบข้างด้วยนะ..
เดือนที่ผ่านมาจนถึงเมื่อซักอาทิตย์ที่แล้ว ก็คงรู้ๆกันอยู่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับบ้านเรา ก็เล่นทำเอาเดือดร้อนกันไปหมดทั้งชาติ คนตัวเล็กๆอย่างเราๆ ไม่มีปากมีเสียงไม่ฝักใฝ่ฝ่ายไหนก็ยังทนไม่ได้พลอยนั่งแช่งนั่งด่าไอ้พวกก่อวิกฤติให้บ้านเมือง ลอยหน้าลอยตาไม่รับรู้ความเดือดร้อนของคนอื่นๆที่ได้ผลกระทบตามมา..ก็ถือซะว่าทำไปแล้วอ่ะครับ แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ที่เหลือก็รอดูผลกรรมที่ตามทันตัวละกัน..ที่ว่าเพราะผมสงสารคนที่จะต้องกลายเป็นคนตกงานไปโดยพิษเศรษฐกิจกับความไม่มั่นคงของบ้านเมืองและสภาพจิตใจ หรืออะไรหลายๆเหตุผล บางคนร้องห่มร้องให้จนอดไม่ได้ที่จะต้องสงสาร ไหนจะครอบครัวที่ต้องดูแลอีกไม่รู้กี่ชีวิต..ก็ภาวนาว่าเค้าคงหาทางออกกันได้โดยเร็วครับ..อย่าให้ถึงกับต้องคิดสั้นทำอะไรร้ายๆลงไปกันเลย จะว่าไปก็คงมีบ้างหละนะผมว่า แต่ก็เอาใจช่วยนะครับ..ผมเองก็ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเหมือนกัน..สู้ๆ (แต่เกลียดไอ้พวกบ้านั่นจริงๆ
ช่วงที่ผ่านมาผมแอบไปทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำเหมือนกันครับ..ส่งบลอกเข้าร่วมประกวดโดยการโหวตอย่างงี้ ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดภาพแห่งปีอย่างงี้ อะไรประมาณนั้น (กำลังคิดเรื่องไปประกวดร้องเพลงงานใหญ่ของปีนี่อีกเนี่ย..ท่าจะไม่ไหวแฮะ
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาช่วยกันโหวตให้ด้วยใจนะครับ ขอบคุณมากครับ ถึงไม่ได้ชนะอะไรแต่ก็รู้สึกดีมากมายเลยครับ ตอนที่จะส่งเมลไปบอกให้ช่วยโหวตก็คิดแล้วคิดอีกเพราะปกติก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ เพื่อนๆที่รู้จักกันก็คงพอรู้นิสัยดี ฟอร์เวิร์ดเมลนี่ยังไม่เคยกล้าทำเลย กลัวไปเดือดร้อนคนอื่นเค้า กลัวเค้ารู้สึกรำคาญเหมือนเราเวลาที่ได้รับเมลพวกลูกโซ่พวกขายของอะไรอย่างงั้น แต่พอตัดสินใจส่งไปก็มีเสียงตอบรับมาอย่างดี หลายๆคนยังงงว่าอะไรหว่า แต่เมลไอ้บ้านี่มานี่เรื่องสำคัญแหงๆ
ตอนนี้ก็รออาทิตย์หน้าสำหรับผลประกวดภาพถ่ายแห่งปีของหนังสือ City Life ที่จะประกาศผล ผมส่งไปสามภาพแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ กล้องที่ใช้ถ่ายก็กิ๊กก๊อก แถมไม่ได้ตกแต่งภาพก่อนส่งอีกต่างหาก มาไงไปงั้น (มาอ่านทีหลังว่าเค้าให้ใช้โปรแกรมตกแต่งภาพได้ เซ็งเลยอ่า) แอบหวังนิดๆ แต่ก็คงริบหรี่อยู่ คณะกรรมการดูชื่อแล้วเครียดเลยครับ 555..
ปีใหม่ปีนี้ได้เริ่มหยุดตั้งแต่วันที่ 28 ครับ ยังไม่มีกำหนดการไปไหนเหมือนกัน แต่ก็ไม่แน่ใจครับ อาจจะโผล่ไปกรุงเทพซักวันที่ 20 เพราะไอ้ลูกหัวบากครบกำหนดเคลือบสีกับพ่นกันสนิมอีกแล้ว..ไปเยี่ยมเมืองกรุงซักทีก็ท่าจะดี
Merry X'mas ครับทุกคน
..Live in the present, and make it so beautiful that it will be worth remembering. November, 2008 Melody&Harmony..in the night sky..อยู่มาจนถึงเดือนนี้จนได้ ครบปีนึงแล้วครับกับการมาใช้ชีวิตการทำงานที่เชียงใหม่..รู้สึกว่ายังไม่มีอะไรดีขึ้นอย่างเท่าที่ควร ที่ดีขึ้นก็คงเป็นจิตใจ อาจจะเพราะใกล้วัยเลขสามเข้าไปทุกที
วันที่นั่งเขียนบลอกเรื่องนี้เป็นวันประเพณีปล่อยโคมของเชียงใหม่ครับ ไปดูมาเมื่อปีที่แล้ว รถติดมาก คนมหาศาล แต่สวยจนขนลุกเลยครับ..สวยมากจริงๆ กับโคมลอยที่เกลื่อนเต็มฟ้าทุกทิศทุกทาง จนดูท้องฟ้าคืนนี้เหมือนจะเต็มไปด้วยดาว ลองไปดูรูปในอัลบั๊มของเดือนนี้ในปีที่แล้วดูนะครับ ปีนี้ก็คงจะสวยงามเช่นกันแต่ผมคิดว่าคงไม่บุกบั่นไปดูถึงที่อีกแล้วน่ะครับ ขอชิวอยู่หน้าบ้านปล่อยซักอันนึงไปสมทบ จิบไวน์ที่พึ่งไปกวาดซื้อมาเมื่อวานไปด้วย คิดแล้วอยากกลับบ้านซะตอนนี้เลย
เมื่อเดือนที่แล้วไม่มีโอกาสได้มานั่งเขียนบลอกให้อ่านกัน(รึเปล่า) อาจจะเป็นเพราะอารมณ์ไม่ค่อยจะคงที่เท่าไหร่ กอบกับเวลาที่จะได้มานั่งคิดอะไรบ้าๆบอๆอย่างงี้มีน้อยเต็มที..เลยรวบยอดมาเขียนซะตอนี้ เดือนที่แล้วได้มีโอกาสไปดูคอนเสิรต์ Step of Love ของเจ๊คิ๊มกับ ETC ที่กาดเธียเตอร์มาครับ ยังคงเป็นนักร้องเสียงสวยตลอดกาลจริงๆ ยิ่งตอนออกมาร้อง One Sweet Day feat. กับหนึ่ง ETC นะผมงี้อ้าปากค้างเลย เพราะโครต แต่โครตรำคาญผู้หญิงที่นั่งข้างหลังมาก พยายามแหกปากร้องตามทั้งๆที่ร้องก็ไม่ถูก แถมเพี้ยนอีกต่างหาก ทนไม่ไหวครับ หันไปส่งสายตาหวานๆให้ทีนึงกับข้อความในดวงตาว่ากรุณาหุบปากของมึงเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะไม่มาแค่จิตนะครับ..ได้ผลชงัด..เงียบกริ๊บเลย
มาอยู่เขานานๆก็อยากลงไปเที่ยวทะเลบ้างซักทีเหมือนกันนะครับ นั่งคิดไปตอนแอ่วสเม็ดเสร็จสลบเหมือดเพราะเมากันทุกรายกับเพื่อนคราวที่แล้ว อยากไปอีกจัง..แต่คงจะหาเวลาอย่างงั้นยากแล้ว..คิดแล้วก็นะเฮ้อ..ขนาดจะไปเที่ยวนอกประเทศกันทั้งๆที่มีทั้งตั๋วเครื่องบิน ทั้งที่พักให้แล้วก็ยังไม่วายหาเวลาไปไม่ได้เลย..ยิ่งอยู่นานเหมือนยิ่งใช้เวลาที่มีลำบากมากขึ้น จะปล่อยให้เป็นอย่างงี้ได้อีกนานซักแค่ไหนน๊อ..
ลอยกระทงปีนี้อย่าลืมลอยทุกข์ลอยเศร้าออกจากตัวไห้มากๆนะครับ เผื่อผมด้วยก็ดีนะ..อย่าเมากันมากล่ะครับ(เตือนตัวเอง
ท้องฟ้ายามค่ำคืนช่างดูเดียวดาย แต่ก็งดงาม..
ช่วงเวลาที่ดี..ผ่านและพ้นไปอย่างง่ายดาย..
อีกไม่นานก็เช้า..อีกไม่นานก็วันใหม่..
ไม่เห็นต้องโทษตัวเอง..ไม่มีใครสมน้ำหน้า
วันนี้แค่เสียน้ำตา..เดี๋ยวไม่ช้าก็หาย
วันนี้ที่เรายังเจ็บ..แปลว่าเรายังหายใจ
September, 2008 Dance..in the Dark..with Life..I learned to play on the safe side..
เจ็บไข้ได้ป่วยจนได้ครับเดือนนี้ เป็นไข้หนักจนต้องหยุดงานนอนแหมบอยู่บ้านจนได้..อากาศเดือนนี้บ้าๆบอๆยังไม่รู้..วันนึงเจอสามฤดู เช้าหนาว บ่ายร้อน เย็นฝนตก..เฮ้อ..รับกรรมไปตามระเบียบ
หนีไปทำงานในกรุงเทพมาอาทิตย์นึงเต็มๆครับ เจอบรรยากาศของมหานครที่ไม่คุ้นซะนานเลยรับไม่ค่อยได้กับเรื่องการจราจร ที่จริงขับรถในกรุงเทพนี่ผมว่ามันดูดพลังงานจากร่างกายเราไปเยอะมากมายเหมือนกันนะ ขนาดที่ว่าผมเป็นคนชอบขับรถทางไกล ขับนานๆ แต่ให้ได้ขับนะครับ ไม่ใช่ได้จอดนานๆ รถติดนี่..เหนื่อยมากๆจริงๆ (ขนาดทางด่วนก็ยังไม่วายเว้น..ติดแบบว่าไม่ต้องได้อยากเข้าห้องน้ำกันเลยทีเดียว) เห็นได้จากอาการอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นกับร่างกายพอกลับถึงโรงแรม..อยากซัดยาแล้วหลับไปเลย..(แต่ก็ทำได้แค่คิด 555 มีนัดเมาทุกคืนเลย
เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้วผมได้มีโอกาสได้นั่งดูหนังแนวๆหลายเรื่องเหมือนกันครับ เป็นหนังอินดี้แปลกๆ หนังเพลง หนังตะวันออกกลาง ไม่รู้ว่านั่งดูไปได้ยังไงขนาดนั้น เวลาดูหนังพวกนี้แล้วมันชวนให้เราคิดตามไปง่ายกว่าหนังตลาดที่เข้าโรงกันนะผมว่า ไม่เล่าหรอกครับ ไปหาๆดูกันเองนะ หลายเรื่องที่ผมดูแล้วก็ชอบพล๊อตเรื่องของหนังมากมายอย่าง Dancer in the Dark ที่ Bjork เล่น ผมเกลียดมากตอนที่เธอร้องเพลง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเขียนเรื่องนี้เขียนได้เศร้าดี เรื่องดำเนินไปแบบเศร้าและจบลงแบบโครตเศร้า อีกเรื่องอย่าง Tale of Fairy ที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่หนังก็สื่อออกมาได้ดีเพราะนางเอกแสดงได้เก่งมากๆ (นั่งปรบมือให้เลยอ่ะ) อีกเรื่องนึงผมไม่รู้ว่าชื่อเรื่องอะไรพอดีผมบังเอิญเปิดเจอในเคเบิลทีวี เป็นหนังของชาติไหนซักชาติแถวๆตะวันออกกลาง ผมไม่รู้เพราะไม่รู้เค้าพูดภาษาอะไรกัน รู้แต่ว่าเป็นเรื่องของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนนึงที่ดันไปทำรองเท้าของเพื่อนรักตัวเองที่เป็นผู้หญิงหายไป ก็เลยต้องไปสมัครแข่งวิ่งมาราธอนเด็กเพื่อที่จะเอาที่สามให้ได้เพราะของรางวัลที่สามคือรองเท้า 1 คู่ แต่ตัวเองดันวิ่งเข้าที่ 1 ไปซะ ตอนรับรางวัลก็เลยร้องให้เสียใจซะแบบว่าน่าสงสารมาก แต่คนอื่นก็คิดว่าเป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่ชนะได้ ก็เฮกันใหญ่..ดูไปผมก็ขำปนสงสารไป..
ยังจำกันได้มั๊ยครับ ผมเคยเขียนเรื่อง "Winter's coming..Rain..and People's gone.." ลงบลอกไปเมื่อเดือนกันยายนของปีที่แล้ว เรื่องของฤดูของการจากลา ช่วงเวลาของการจากไปของสายฝนให้ลมหนาวได้พัดเข้ามาแทนที่ รวมถึงการจากไปของหลายๆคนทั้งเพื่อชีวิตใหม่ๆและเพื่อความรัก ความรู้สึกใหม่ๆ..และเรื่องของความเศร้าของคนที่ถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง จะว่าไม่คิดมันก็อดคิดไม่ได้ครับ มันเป็นเดือนที่เศร้าใจเอาจริงๆเยนะกันยายนเนี่ย ขนาดผมว่าผมอยู่กับตัวเองได้ดีที่สุดแล้วนะ ยังไม่วายเศร้า..
เพื่อนผมสองสามคนต้องเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ครับ คนรู้จักอีกหลายคู่ต้องเลิกรากันไป ญาติสนิทผมคนนึงก็กำลังจะจากโลกนี้ไปเพราะมะเร็งร้ายในตับ..เรื่องนี้ถึงกับทำให้แม่ผมที่นานๆทีจะโทรมาหาซะที โทรมาเช็คผมบ่อยมากขึ้น แถมเหน็บเรื่องพฤติกรรมการดื่มของผมไว้ซะเจ็บเลย..55
เมื่อคืนที่ผ่านมาได้คุยกับน้องคนหนึ่งทางเอ็มเอสเอ็น เกี่ยวกับเรื่องที่เค้าพึ่งถูกแฟนทิ้งไปจนตัวเองถึงต้องเตรียมเก็บข้าวเก็บของไปอยู่วัด เค้าถามผมว่าผมเคยเป็นอย่างเค้ามั๊ย ผมบอกว่าผมก็เคยนะ..แต่ผมไม่เคยคิดเก็บของจะไปอยู่วัดอ่ะ..ไม่เคยคิดเลย 55 คุยไปคุยมาก็เริ่มเศร้า เจอคำถามโลกแตกเข้าไป เค้าบอกว่าทำยังไงถึงจะลืมคนที่รักคนนี้ไปได้ ถามผมว่าผมลืมคนที่ผมรักคนนึงไปได้ยังไง เอาหละสิ..เข้าตัวเองเลย..ผมตอบไปว่าไม่มีทางที่จะลืมได้หรอก อาจจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ไม่รู้หรอก แต่ที่รู้..สำหรับผมแล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผมก็ไม่เคยลืม ยังจำความรู้สึกเก่าๆได้ทุกซีนเลย อาจจะต้องรอให้สังขารมาพรากเอาเซลความจำในสมองไปเลยทีเดียว ตอนนั้นคงหลงๆลืมๆไปซะเลยหละ 55 ลืมไม่ได้หรอกครับ จะพยายามลืมขนาดไหนก็ยิ่งมีแต่จะดึงภาพเหล่านั้นกลับขึ้นมาเรื่อยๆ สิ่งที่ทำได้ก็คืออยู่กับมันให้ได้ก็แค่นั้น เก็บมันไว้เตือนตัวเองเวลาจะคิดจะทำอะไรแบบนี้..แต่กว่าจะยอมรับและอยู่กับมันได้ก็นานโขเหมือนกันนะ ทรมานขนาดไหนก็รู้ดีอยู่ ทำงานก็ไม่ได้ ไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ กินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่ได้ นั่งรอรถเมล์ยังร้องให้เลย น้ำตานี่ถ้ามันไหลออกทางรูขุมขนได้นี่ก็คงไหลไปหมดละ..ไม่ไหวๆ 55 แต่ก็ทนนะ..บอกตัวเองมาตลอดว่าแค่นี้เอง อยู่ได้สิ..อะไรประมาณนั้น น้องเค้าบอกว่าเค้าโดนทิ้งไปเพราะอีกคนหมดรักเค้าแล้ว เลยไปมีคนใหม่ ผมว่าก็ยังดีนะที่อย่างน้อยเค้าก็เคยได้รักจากคนๆนั้นตอบกลับมา ผมอ่ะแย่กว่าอีกนะ เพราะผมไม่เคยรู้เหตุผลเลยว่าการจากลาของเรานั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร..ผมไม่เคยได้สิ่งที่เรียกว่ารักตอบกลับมาจากเค้าด้วยซ้ำ..กรรม 55
เช้านี้อากาศเย็นแล้วครับ อุณหภูมิที่เชียงใหม่เริ่มลดลงบ้างแล้ว หวังว่าคงลดลงไปเรื่อยๆนะครับ สวัสดีครับคุณลมหนาว ยินดีต้อนรับนะครับ ถึงแม้ว่าหนาวนี้ผมจะยังไม่มีใครให้ตัวและใจอุ่น แต่ผมก็ดีใจนะที่คุณมาซะที..(ผ้าพันคอที่แอบไปซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้วจะได้เอามาใช้ซะที 55
I lose my way
And it's not too long before you point it out I cannot cry Because I know that's weakness in your eyes I'm forced to fake, a smile, a laugh Every day of my life August, 2008 Is love..dead?ยิ่งเดิน..ยิ้งเคว้ง..
ทุกครั้งที่กอดตัวเอง..ยิ่งหนาว..
แค่ลมพัดเบาๆ.. ร้าวหัวใจ.. ดั่งเหมือนจะดับไปกับแสงตะวัน..
ได้ดูมิวสิควีดีโอเพลงนี้แล้วก็อดที่น้ำตาจะซึมไม่ได้ครับ ทั้งเสียงร้องทั้งเนื้อเรื่อง..กะจะฆ่าคนดูกันเลยทีเดียว..
ช่วงเดือนที่ผ่านมางานเยอะมากครับ ทำมาจนข้ามเดือนแล้วก็ยังเคลียร์ไม่หมด อยากจะหนีไปนอนเล่นเคล้าเสียงคลื่นซะให้รู้แล้วรู้รอดไป นัดแม่ไปเที่ยวต่างประเทศกันตอนวันหยุดยาวช่วงวันแม่ก็โดนเบี้ยวซะงั้น ก็ไม่เป็นไรผลัดไปก่อนได้ ทางออกที่เหลือก็เหลือแค่ฟิตเนสกับไปนวด..ก็พอประคับประคองจิตมาได้ระยะนึงครับ หันไปมองคนข้างๆหลายๆคนก็รู้สึกว่าจะเจออะไรที่ไม่แตกต่างกันซักเท่าไหร่ หัวฟูกันเป็นทิวแถว มนันยาเอย โก๊ะโกะเอย มนต์นภาเอย..โอ้! นี่มันเดือนอะไรกันนี่..
พูดถึงโก๊ะโกะ..ชื่อนี้เป็นชื่อที่เพื่อนๆเต็มใจตั้งให้ปุยน่ะครับ กับคาแรคเตอร์โก๊ะมากมายของปุยเลยได้รับมอบนามนี้ไปอย่างภาคถูมิใจ ที่จริงผมมีวีรกรรมเพื่อนๆเนี่ยเยอะมาก..ว่าจะเขียนเล่าให้เพื่อนที่อยู่ไกลๆได้อ่านบ้าง เผื่อจะได้คิดถึงเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ (ซึ่งก็แก่แล้วจริงๆ) ที่จริงแล้วผมมีโก๊ะโกะหมายเลข1 กับโก๊ะโกะหมายเลข2 ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งหมายเลข 2 ก้ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยครับ น้องเปิ้ล น้องสาวร่วมสายเลือดของปุยนั่นเอง ผมถึงได้รู้ว่าความโก๊ะเนี่ย..มันอยู่ในสายเลือดเลยนะเนี่ย เล่นสืบทอดกันทางพันธุกรรมซะขนาดนั้น..
ความสามารถในการลืมเป็นเยี่ยมกับการบังคับร่างกายตามทิศทางได้อย่างยากลำบาก รวมถึงความสามารถในการทำร้ายข้าวของอย่างไม่ตั้งใจถือเป็นคุณสมบัติที่ต้องการของคนที่จะได้รับตำแหน่งนี้ครับ ผมจะได้ยินคำเหล่านี้มาเข้าหูได้แทบทุกวัน.."โอ๊ะ..ลืม" กับ "อึ๊ยส์..เราลืม" และ "เออะ" "เอ๊ย.." อะไรประมาณนี้ รวมทั้งเสียงโครมครามจากการเดินชนนั่นชนนี่ ทำของตกมั่งล่ะ ถามหาของที่พึ่งถือไปเมื่อกี้มั่งหละ หรือบอกว่ายังไม่ได้ดูตอนนี้ของหนังที่พึ่งดูไปเมื่อวานมั่งล่ะ ต้องให้คำใบ้ไปถึงจะนึกขึ้นได้..เฮ้อ..เพื่อนชั้น น้องเปิ้ลก็ใช่ย่อยครับ..เหมือนกันเปี๊ยบเลยพี่น้องคู่นี้ วีรกรรมเด็ดสุดคือมีวันหนึ่งสองพี่น้องก็มากินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน..
ขณะที่ผมกำลังง่วนแกะกับข้าวสำเร็จที่ซื้อมาจากข้างนอก และให้เปิ้ลไปเอาถ้วยเอาจานมาใส่ ทันใดนั้นเอง..
"เพล้ง..ตุบ." มีเสียงดังมากทำลายความเงียบขึ้นมา ผมกับมนันยาหันไปมองต้นกำเนิดเสียงทันที พบน้องเปิ้ลกับซากของถ้วยใบนึงบนพื้น ตอนนั้นผมรู้สึกผิดกับตัวเองครับ ไม่ได้เพราะไปว่าน้องเค้านะครับ ผมน่าจะรู้ตัวเร็วกว่านี้ว่ากำลังใช้ใครทำอะไรอยู่ ผมกับมนันยาหัวเราะดังมากเพราะมนันยาบอกว่าเห็นเป้นภาพซ้อนของปุยเลย..ซักพักปุยก็เข้ามาในบ้าน เห็นน้องเปิ้ลกำลังง่วนกับการเก็บทำลายหลักฐาน ผมเลยเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง..
"น้องไปยะจะไดนี่นั่น..บ่ระวังเลย" ปุยครับ..ดุน้อง 555
"ก่อมันมื่นหลอ น้องบ่ได้ตั้งใจ" เปิ้ลแก้ตัวเสียงเบาๆ 555
ทานข้าวกันเสร็จสรรพ คราวนี้ถึงคราเก็บกวาดหละครับ ทุกคนต่างทำหน้าที่ที่อยู่เบื้องหน้า ผมเก็บโต๊ะ บีเอาเศษอาหารไปทิ้ง ปุยเอาถ้วยจานไปล้างไปเก็บ ซักหนึ่งนาทีผ่านไป..
"เพล้ง..ตุบ." มีเสียงดังมากทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง..ทุกคนหันไปมองครับ เหมือนภาพโดนฉายซ้ำครับ ณ ตำแหน่งเดิม จุดเดิมเลย แต่เปลี่ยนคนแสดง กลายเป็นภาพของปุยกับเศษซากของถ้วยอีกใบหนึ่งที่พึ่งถูกฆาตกรรมไปอย่างไม่ตั้งใจ..ผมกับบีมองหน้ากันแล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างรุนแรง ใครจะไปอดไหวล่ะครับ น้องเปิ้ลยังหัวเราะเลย..สรุปมื้อนั้นมีถ้วยต้องสังเวยชีวิตไปสองใบจากฝีมือของสองพี่น้องโก๊ะโกะครับ..
ผมพึ่งได้เจอเปิ้ลเมื่อวานที่ผ่านมานี่เองที่โรบินสัน พอดีผมไปฟิตเนสแล้วก็แวะกินข้าวเย็นกับเอฟและโก๊ะโกะหมายเลข 1 เปิ้ลเอาเมล็ดทานตะวันที่ซื้อมาฝากผมมาให้ แต่เก็บเอาไว้ที่รถ..อ่ะ ไม่เป็นไร..เพื่อของฝากครับ ผมอาสาเดินไปส่งเปิ้ลที่รถตอนขากลับเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องเดินกลับเอามาให้ผม..เปิ้ลบอกว่าจอดรถใกล้มากครับ ออกประตูไปก็ถึงเลย..อ่ะใกล้ๆก็ใกล้ ก็เดินกันไปครับ ออกประตูเสร็จปุ๊บ..คือใครที่เคยมาเซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่าที่เชียงใหม่แล้วจอดรถลานจอดรถข้างนอกก็คงรู้ดีนะครับว่าลานจอดรถเนื้อที่เกือบ 30 ไร่เป็นยังไง ด้วยความที่ผมเข้าใจไปเองตามความรู้น้อยๆที่ผมมีว่าคำว่าจอดใกล้ๆเนี่ย น่าจะหมายออกประตูไปแล้วคันแรกตรงมุมลานจอดรถที่ถึงเลยเนี่ย ใช่รถคันนั้นแน่..แต่ผมพลาดเองครับ..เปิ้ลจอดรถไว้มุมของที่จอดรถเหมือนกันครับ แต่เป็นมุมในสุดที่ไกลที่สุดจากประตูที่เดินออกไปกัน ผมหันไปมองหน้าน้องเปิ้ลแบบไร้คำพูด..เปิ้ลยิ้มออกมาอย่างน่ารักๆพร้อมกับบอกผมว่า.."เดินไปกำเดียวเองพี่" ครับ..กำเดียวครับ..ฝนตกด้วย..พูดไม่ออก
เดินถึงรถเปิ้ลก็ง่วนหากุญแจรถครับ เสียบกุญแจเข้าประตูหลังคนขับพร้อมบิด..ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ..เดินไปบิดตรงประตูคนขับ..อ่ะเปิดได้..กลับมาเปิดประตูเดิมอีกที..เปิดไม่ได้..เปิ้ลเริ่มงง..เปิ้ลไปดูทะบียนรถพร้อมเกาหัวครับ..แล้วก็พูดออกมาว่า.."ก็ใช่รถแล้วนี่หว่า" เหวอครับ ผมเหวอไปชั่วขณะ..ก่อนจะตั้งสติแล้วหัวเราะออกมา ผมเลยบอกเปิ้ลไปว่า
"ก็ใช่แล้วนี่ ก็เปิดประตูคนขับได้นี่ กลอนข้างในประตูหลังมันอาจจะติด ลองเข้าไปเปิดจากข้างในดูสิ"
เปิ้ลยิ้มตอบกลับมาเหมือนเจอทางสว่างแล้วก็ตอบผมมาว่า "เออ..เนาะพี่"..กรรม
เปิดประตูรถได้เสร็จสรรพผมก็ได้รับของที่ต้องการแล้วก็เดินจากมาเพื่อไปเอารถที่ลานจอดในอาคาร เดินไปถึงประตูที่พึ่งออกมาเห็นปุยยืนรออยู่และบอกกับผมว่าเปิ้ลสตาร์ทรถไม่ติดไปช่วยหน่อย..555
หลายๆอย่างหลายๆอาการที่เราไม่รู้ว่ามันมาจากไหน..ที่จริงแล้วมันอาจจะฝังลึกอยู่ในเซลล์พันธุกรรมของเราก็เป็นไปได้นะครับ เหมือนกับความรักที่ผมเขียนไปตอนต้นๆ ส่วนเล็กๆของมันอาจมีเกี่ยวข้องกับซักโครโมโซมใดโครโมโซมหนึ่งก็ได้..555 คนเรานี่ก็นะ..น่าค้นหาซะจริงๆ
เธออยู่ที่ไหน..ไม่สงสารใจฉันหรือ..
เรียกเธอซ้ำๆ..หมื่นแสนล้านคำทุกวัน..
เผื่อเธอซึ้งถึงความร้าวราน..เธอจะเดินกลับมา..
July, 2008 "Life in Art""ศิลปะมันคือสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของจินตนาการ และไม่ต้องการความเข้าใจ"
(โน๊ต อุดม แต้พานิช)
มีบทสัมภาษณ์ของคุณประภาส ชลศรานนท์ หนึ่งในมันสมองสำคัญของกลุ่ม workpoint เขียนเอาไว้ว่า "ถ้ามีเงิน 2 บาท ให้ใช้เงินบาทแรก ซื้อข้าว ส่วนอีกบาท ซื้อดอกไม้ " ครั้งแรกที่ผมได้อ่านประโยคนี้ในหนังสือแพรวเล่มไหนซักเล่ม ผมก็จำไม่ได้ รู้สึกว่าจะเป็นคอลัมน์บทสัมภาษณ์คุณปัญญา นิรันดร์กุลกับคุณประภาสเกี่ยวกับเรื่องการทำงานร่วมกันอะไรเนี่ยแหละ สิ่งที่ผมชอบในประโยคประโยคนี้คือการได้เข้าใจในสิ่งเดียวกันกับคนที่ใช้สมองในการคิดสร้างสรรค์งานมาตลอดชีวิตการทำงาน เป็นประโยคที่ไม่จำเป็นต้องอ่านคำอธิบายว่าทำไมถึงต้องทำแบบนั้น เพียงแค่คุณเข้าใจและรู้ว่าสิ่งไหนจะทำให้คุณมีชีวิตอยู่..กับอะไรคือเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่..ทุกคนก็พยายามหาดอกไม้ดอกนั้นอยู่ทั้งนั้นแหละครับ..จะมีซักกี่คนกันที่หาดอกไม้ดอกนั้นมาได้..ในขณะที่คนอื่นๆยังกำอีกบาทนึงนั้นไว้และยังตั้งหน้าตั้งตาหามันต่อไป..
เดือนนี้ทั้งเดือนผมใช้ชีวิตอยู่กับการเพิ่มความสร้างสรรค์ต่างๆในงานที่มีอยู่ในมือ พยายามคิดไปในหลายๆแง่ อ่านบทความหลายๆเล่ม ติดตามแฟชั่น ติดตามเทรนด์ ไปดูหนัง (ด้วยความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปดูสองเรื่องที่อยากดูมากคือ sex and the city กับ wanted) ไปดูคอนเสิร์ต ไปดูการแสดง ไปดูเดี่ยว 7.5 ของพี่โน๊ตมาด้วย หลายคนดูแล้วก็บอกไม่ชอบนะ มุขเก่าเอามาเล่นใหม่อะไรอย่างงั้น แต่ไม่ใช่ผมนะ ผมชอบ หัวเราะจนไม่รู้จะหัวเราะได้มากกว่านั้นได้อีกมั๊ย ผมชอบในความเป็นโน๊ต อุดม ชอบในความคิดที่เค้ามีต่อชีวิตประจำวัน เพราะถ้าเป็นผม..ผมคงไม่สามารถมองเรื่องราวๆหลายเรื่องในแง่มุมที่ขำๆได้อย่างอย่างที่พี่โน๊ตทำ และสิ่งที่เค้าพยายามทำก็คือการพยายามทำให้ทุกคนได้หัวเราะและมีความสุขกับเรื่องเหล่านั้น..แค่นี้ก็น่านับถือที่สุดแล้วครับ..
อาทิตย์ก่อนผมได้มีโอกาสได้ไปทานข้าวเที่ยงกับฮุนที่พราวภูฟ้า (ที่นี่อีกละ..ฮ่าๆ ชอบที่นี่อ่ะ) กับกล้องราคาครึ่งล้านของมัน..เริ่มต้นวันนั้นด้วยเสียงโทรศัพท์ตอนเช้ามากๆและผมก็รับมันด้วยอาการงัวเงียๆ ฟังได้ความว่าไปกินข้าวเที่ยงกับมันหน่อย เดี๋ยวมันมาหาที่บ้าน..พอวางสายได้ผมก็ตื่นมาแบบงงๆว่าเกิดอะไรรึเปล่าหว่า ร้อยวันพันปีไม่มีโทรมาชวนไปกินข้าวซักครั้ง บางครั้งโทรไปชวนมันมันก็ไม่ไป..ติดประชุมมั่งล่ะ..นัดทนายมั่งล่ะ..แล้วไหงอยู่ๆโผล่มาได้หว่า..อ่อ! เดี๋ยวแนะนำก่อน ลียองฮุน ครับ เพื่อนคนนึงของผมที่นี่ที่ผมจะตัดเพื่อนมันไปหลายครั้งละ กับนิสัยชอบเบี๊ยวนัดกับเพื่อนๆ..ฮุนเป็นหนุ่มเกาหลีแบบฉบับในละครซีรี่ย์ที่สาวๆไทยกรี๊ดๆกันอยู่นี่เลยหละ หน้าตาก็..ผมกับบีลงความเห็นว่ามันหน้าเหมือนพระเอกคอฟฟี่ปริ้นซ์อ่ะครับ แต่ฮุนมักจะชอบบอกว่ามันเป็นคนหน้าตาไม่ดี ถ้าอยู่ที่เกาหลีมันก็หน้าตาบ้านๆพื้นๆด้วยเหตุผลที่ว่าหน้ามันไม่ได้ศัลยกรรม(..จะบ้าตาย)..ฮุนมาเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนๆเมื่อประมาณปลายปีที่แล้วหลังจากไปตระเวนเที่ยวรอบโลกมา..จากนั้นฮุนก็หลงรักเชียงใหม่ในทันทีและตัดสินใจที่จะไม่กลับไปเกาหลี ทิ้งงานดีๆที่พึ่งตอบรับไปที่โซล เพื่อที่จะอยู่..ในเชียงใหม่
แรกๆผมกับเพื่อนลงความเห็นว่าฮุนตกหลุมรักเพื่อนผมคนหนึ่ง (ทุกวันนี้ก็ยังคิดว่าอย่างงั้น..55 แม้ว่ามันจะไปจีบสาวแถวๆคอนโดมันแล้วก็เถอะ) ก็ไม่กล้าจะถามหรอกครับ กลัวเพื่อนมองหน้ากันไม่ติด..การตัดสินใจอยู่ที่นี่ของมันก็ทำให้หลายๆคนแม้แต่ผมเองก็ตกใจอยู่เหมือนกัน..แต่สำหรับฮุนแล้วมันเป็นเรื่องง่ายๆ..เพราะอะไรน่ะหรอครับ.."กูรวย" คำตอบเดียว..ผมไม่รู้รายละเอียดมากว่าที่บ้านมันทำอะไรหรอกครับ..รู้แค่ว่าพ่อขายเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวอ่ะ..แม่เป็นเจ้าของโรงเรียนสอนทำอาหารอิตาลีในกรุงโซล..รู้แค่นั้นเอง ไม่ได้รู้อะไรมากเล๊ย..
สามชั่วโมงกับมื้อเที่ยง ผมพอจะรู้ความรู้สึกเหงาๆของมันอยู่เหมือนกัน กับหลายๆความคิดที่พรั่งพรูออกมาจากปากมัน บทสนทนาของเราเป็นไปอย่างง่ายๆประสาเพื่อนฝูง โวยวายๆ นินทาคนนั้นคนนี้ที พูดเรื่องบ้าๆบอๆ หัวเราะเรื่องชาวบ้าน เรื่องอนาคต เรื่องอดีต เรื่องงาน กินข้าวกันสองคนหมดไปเจ็ดร้อย ลงมาจากเขานี่แทบจะหลับคาพวงมาลัยมาเลยเชียว..มาคิดๆเรื่องที่มันพูดมาแล้ว..หลายๆคนบนโลกใบนี้ก็กำลังพยายามหาเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ให้กับตัวเองอยู่เหมือนกันนะ..คนเราต่อให้มีเงินมากมายไม่ใช่แค่บาทที่เหลือแต่ยังหาดอกไม้ที่จะซื้อให้ตัวเองไม่ได้..ก็ค้นหากันต่อไป บางครั้งเหตุผลที่เราต้องอยู่นั้นมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นรูปธรรมอย่างดอกไม้ก็ได้..แค่ความรู้สึกดีๆ..ก็มีความหมายพอที่จะอยู่แล้วหละครับ..
"I won't use that other coin for flower, it's for my cigarette"..นี่คำตอบของเค้าครับ..ลี ยอง ฮุน..
ได้ข่าวว่าญี่ปุ่นกับเกาหลีอาจจะเกิดสงครามเพราะแย่งชิงดินแดนกัน..คงเหมือนไทยกับกัมพูชา ฮุนบอกกับผมและเพื่อนๆอีกสองคนตอนที่ไปกินข้าวเย็นกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถ้าเกิดสงครามจริงๆมันคงต้องกลับไปเป็นทหารตามกฎหมายบ้านมันน่ะ..เห็นมันพูดเหมือนบ่นๆ แต่ว่าฮุนเอ๊ย! เพื่อนมึงคนนี้น่ะ อธิฐานให้โลกมันมีสงครามซะทีทุกวันเลยว่ะ..555 เห็นมันอึ้งๆตอนที่บอกมันว่า "I don't believe in world peace" ฮ่าๆๆ
"ศิลปะมันคือสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของจินตนาการ และไม่ต้องการความเข้าใจ" คำพูดจากเดี่ยว 7.5 ของโน๊ต อุดม แต้พานิช ผมชอบนะคำนี้และผมก็คิดว่าความคิดคนเรานี่ไงครับศิลปะ เกินกว่าที่เราจะจินตนาการ และไม่ต้องการให้ใครมาเข้าใจ..ทุกวันนี้คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางศิลปะมากมายเลยครับ..ขึ้นอยู่กับว่า..คุณเลือกที่จะพยายามเข้าใจในความคิดไหนมากกว่ากัน..เพราะมันก็คือศิลปะส่วนตัวของคุณเองไงครับ..
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|